นี่คือคำขวัญของ "บึงกาฬ" จังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย หลังเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2553 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการจัดตั้ง จังหวัดบึงกาฬ เป็นจังหวัดในประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2554 และมีพิธีเปิดประตูเมืองบึงกาฬ หลังจากได้รับการประกาศให้เป็นจังหวัดอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 23 มีนาคม 2554 ดังนั้น วันนี้กระปุกดอทคอมเลยอาสาเป็นไกด์ พาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักและท่องเที่ยว จังหวัดบึงกาฬ กันซะหน่อย

จังหวัดบึงกาฬ

จังหวัดบึงกาฬ
จังหวัดบึงกาฬ มีพื้นที่ทั้งหมด 4,305 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย อำเภอเมืองบึงกาฬ, อำเภอปากคาด, อำเภอโซ่พิสัย, อำเภอพรเจริญ, อำเภอเซกา, อำเภอบึงโขงหลง, อำเภอศรีวิไล และอำเภอบุ่งคล้า และมีพื้นที่รอยต่อด้านทิศะวันออกติด กับจังหวัดนครพนม ทิศตะวันตกติดกับหนองคาย ทิศใต้ติดกับสกลนคร และทิศเหนือติดกับ สปป.ลาว โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดคนแรก ชื่อ นายสมพงษ์ อรุณโรจน์ปัญญา
จังหวัดบึงกาฬ เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง มีน้ำตก มีภูเขา และมีเขตพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขง อีกฝั่งตรงข้ามแม่น้ำโขงจะเป็นและแขวงบริคำไชย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีการคมนาคมไปมาสะดวก

จังหวัดบึงกาฬ
ความเป็นมา
แต่เดิม อำเภอบึงกาฬ มีชื่อเดิมว่า ไชยบุรี ซึ่งขึ้นกับจังหวัดนครพนม จนกระทั่งปี พ.ศ. 2460 ได้ถูกโอนย้ายให้ขึ้นต่อจังหวัดหนองคาย และถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บึงกาฬ ในปี พ.ศ.2482 ต่อมาในปี พ.ศ.2537 ได้มีการร้องขอให้จัดตั้งเป็น จังหวัดบึงกาฬ ตามข้อเสนอของ นายสุเมธ พรมพันห่าว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีธรรม จังหวัดหนองคาย โดยแยกพื้นที่อำเภอบึงกาฬ, อำเภอปากคาด, อำเภอโซ่พิสัย, อำเภอพรเจริญ, อำเภอเซกา, อำเภอบึงโขงหลง, อำเภอศรีวิไล และอำเภอบุ่งคล้า ออกจากจังหวัดหนองคาย แต่กระทรวงมหาดไทยยังไม่มีแผนที่จะยกฐานะ อำเภอบึงกาฬ ขึ้นเป็นจังหวัด เพราะการจัดตั้งจังหวัดใหม่เป็นการเพิ่มภาระด้านงบประมาณ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มกำลังคนภาครัฐซึ่งขัดมติคณะรัฐมนตรี
กระทั่งวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ.2553 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ส.ส.สัดส่วนพรรคกิจสังคม ได้ตั้งกระทู้ถามสดต่อนายกรัฐมนตรี เรื่องการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ และทางกระทรวงมหาดไทยเห็นด้วย กำลังอยู่ในกระบวนการนำเข้าเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนส่งเรื่องเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอเป็นกฎหมายพ.ร.บ.จัดตั้ง "จังหวัดบึงกาฬ" ต่อไป และในวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2553 คณะรัฐมนตรีก็มีมติให้ทำการจัดตั้ง "จังหวัดบึงกาฬ" ขึ้น จึงทำให้ อำเภอบึงกาฬ ได้รับการยกฐานะเป็น อำเภอเมืองบึงกาฬ

จังหวัดบึงกาฬ
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวใน จังหวัดบึงกาฬ ได้แก่...

จังหวัดบึงกาฬ
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ น้ำตกถ้ำฝุ่น อยู่ในบริเวณบ้านภูสวาท ตำบลหนองเดิ่น ตามทางหลวงหมายเลข 212 ก่อนถึงอำเภอบุ่งคล้า 7 กิโลเมตรมีทางแยกขวาไปน้ำตกประมาณ 4 กิโลเมตร รอบ ๆ เป็นป่าโปร่งที่มีทิวทัศน์สวยงามทางตอนเหนือของภูวัว ทางเดินไปน้ำตกผ่านลานหินทรายกว้างขวาง จนมาสุดทางที่น้ำตกที่ไหลมาจากหน้าผาหินทรายที่มีลักษณะ เป็นร่องแคบ มองเห็นสายน้ำตกมาเป็นทางยาว มีน้ำเฉพาะในฤดูฝน, น้ำตกเจ็ดสี ตั้งอยู่บ้านดอนเสียด ตำบลบ้านต้อง อำเภอเซกา น้ำตกเจ็ดสีเป็นน้ำตกที่สวยงามมากโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน เกิดจากธารน้ำของห้วยกะอามไหลมาตามหน้าผาหินทรายสูง และแผ่กว้างเป็นทางยาว สายน้ำตกกระทบหินเบื้องล่างเกิดเป็นละอองไอน้ำ ยามเมื่อกระทบกับแสงแดดทำให้ เกิดสีต่าง ๆ ขึ้น จึงเรียกว่า น้ำตกเจ็ดสี

จังหวัดบึงกาฬ
ชั้นที่ 1-2 เป็นบันไดสู่ชั้นที่ 3 ซึ่งเริ่มเป็นสะพานเวียนรอบเขา สภาพเป็นป่าเขามืดครึ้ม มีโขดหิน ลานหิน สุดทางชั้นที่ 3 มีทางแยกสองทาง ทางซ้ายมือเป็นทางลัดไปสู่ชั้นที่ 5 ได้เลย ซึ่งเป็นทางชันมาก ผ่านหลืบหินที่มีลักษณะเหมือนอุโมงค์ ทางขวามือเป็นทางขึ้นสู่ชั้นที่ 4 ซึ่งชั้นที่ 4 เป็นสะพานลอยไต่เวียนรอบเขา มองไปเบื้องล่างจะเห็นเนินเขา เตี้ย ๆ สลับกัน เรียกว่า "ดงชมพู" ทิศตะวันออกจดกับภูลังกา เขตอำเภอเซกา ซึ่งมีสภาพเป็นป่าดงดิบ บนชั้นที่ 4 นี้ จะเป็นที่พักของแม่ชี รอบชั้นมีระยะทางประมาณ 400 เมตร มีที่พักผ่อนระหว่างทางเป็นระยะ ๆ
ชั้นที่ 5 มีศาลาและกุฏิที่อาศัยของพระ ตามช่องทางเดินจะมีถ้ำอยู่หลาย ถ้ำ ตลอดเส้นทางสู่ชั้นที่ 6 มีที่พักเป็นลานกว้างหลายแห่ง มีหน้าผาชื่อต่าง ๆ กัน เช่น ผาเทพนิมิตร ผาหัวช้าง ผาเทพสถิต เป็นต้น ถ้ามาทางด้านเหนือจะเห็นสะพานหินธรรมชาติทอดสู่พระวิหาร อันเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ด้วย มองออกไปจะเห็นแนวของภูทอกใหญ่อย่างชัดเจน ผู้คนส่วนใหญ่มักหยุดการเดินทางเพียงแค่นี้ เพราะจากชั้นที่ 6 สู่ชั้นที่ 7 เป็นสะพานไม้เวียนรอบเขายาว 400 เมตร เกาะติดอยู่ริมหน้าผาสูงชันดูน่าหวาดเสียวอันตราย มีความยาว 400 เมตร สุดทางที่ชั้น 7 เป็นป่าไม้ร่มครึ้ม
การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวเมืองหนองคายประมาณ 185 กิโลเมตร จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ผ่านอำเภอโพธิ์ชัย อำเภอปากคาด และอำเภอบึงกาฬ แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 222 ถึงอำเภอศรีวิไล จากอำเภอศรีวิไลมีทางแยกซ้ายผ่านบ้านนาสิงห์ บ้านสันทรายงาม สู่บ้านนาคำแคน ถึงภูทอกเป็นระยะทางอีก 30 กิโลเมตร

จังหวัดบึงกาฬ

จังหวัดบึงกาฬ

จังหวัดบึงกาฬ

จังหวัดบึงกาฬ
และนี่เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราหยิบนำมาเสนอ จริง ๆ แล้ว "จังหวัดบึงกาฬ" ยังมีสถานที่เด็ด ๆ ดี ๆ สวย ๆ รอให้นักเดินทางไปสัมผัสอีกเพียบ เพราะฉะนั้น หากมีโอกาสอย่าลืมแวะไปทักทาย "บึงกาฬ" จังหวดที่ 77 ของประเทศไทยกันนะ

จังหวัดบึงกาฬ
การเดินทาง
การเดินทางเข้าสู่จังหวัดบึงกาฬสามารถเดินทางได้หลายทาง ดังนี้…
รถยนต์ : จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหมายเลข 1 ผ่านจังหวัดสระบุรี แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 2 ผ่านจังหวัดนครราชสีมา-จังหวัดขอนแก่น- จังหวัดอุดรธานี-จนถึงจังหวัดหนองคายและจากหนองคายสู่อำเภอบึงกาฬ โดยจะผ่านอำเภอโพนพิสัย กิ่งอำเภอรัตนวาปี อำเภอปากคาด รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 751 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ (ประมาณ 11 ชั่วโมง 4 นาที)
รถโดยสารประจำทาง : มีรถโดยสารประจำทางทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถปรับอากาศจาก...
รถไฟ : มีขบวนรถไฟจากกรุงเทพฯ-หนองคาย และขบวนรถด่วนดีเซลราง กรุงเทพ – อุดรฯ ทุกวัน ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทรศัพท์ 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 หรือ railway.co.th และสถานีรถไฟหนองคาย โทรศัพท์ 0 4241 1592
เครื่องบิน : สามารถไปได้โดยลงที่สนามบินจังหวัดอุดรธานี รายละเอียดสอบถามได้ที่...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น